Hallyu K PICKS!K-NEWS

IU กับอัลบั้มที่ถูกทิ้ง 40,000 แผ่น และคดีการเสียชีวิตปริศนา

ก่อนหน้านี้ LOEN ได้เลื่อนการจำหน่ายอัลบั้มชุดใหม่ของ IU ออกไปเนื่องจากมีความจำเป็นที่ต้องตัดเพลง With a Determined Heart to Forget You ซึ่งเป็นเพลงที่รีเมคจากต้นฉบับของ คิมกวังซอก ที่เสียชีวิตไปแล้ว โดยอัลบั้มที่ผลิตออกมาแล้วกว่า 40,000 แผ่นจะถูกทำลายทิ้งและผลิตใหม่

ถึงแม้ว่า IU ได้ออกมาแจ้งถึงการตัดสินใจตัดเพลงนี้ออกจากอัลบั้มแล้ว แต่สื่อในเกาหลีมองว่าเบื้องหลังของการตัดสินใจครั้งนี้มาจากปัญหาของเรื่องลิขสิทธิ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมามีการเปิดเผยว่า ซอยอน ลูกสาวของ คิมกวังซอก ที่เป็นผู้รับผลประโยชน์ในลิขสิทธิ์ได้เสียชีวิตไปตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว และมีผลต่อการฟ้องร้องเรื่องลิขสิทธิ์เพลงของ คิมกวังซอก ก่อนหน้านี้

รายการ New Late Night E News สัปดาห์นี้ได้ทำสกูปพิเศษที่รวบรวมรายละเอียดถึงเรื่องนี้

คิมกวังซอก เป็นศิลปินเพลงโฟลค์ชื่อดังจากยุค 90 ของเกาหลี ซึ่งเค้าเสียชีวิตลงในวันที่ 6 มกราคม 1996 หลังจากเค้าขึ้นแสดงครั้งสุดท้ายเพียง 10 ชั่วโมง ซึ่งในตอนนั้นเค้ามีภรรยาและลูกสาววัย 5 ขวบ 1 คน โดยการสืบสวนระบุว่าเป็นการฆ่าตัวตายเนื่องจากอาการซึมเศร้า

จากการเสียชีวิตของ คิมกวังซอก ถูกตั้งคำถามมากมาย ทั้งการไม่พบจดหมายลาตาย ทั้งๆที่เค้าเป็นคนที่รักการเขียนจดหมายมาก นอกจากนั้นสายไฟที่ถูกใช้ในการผูกคอเพื่อฆ่าตัวตายก็สั้นเกินไปที่จะสามารถใช้ในเหตุการณ์ตามที่ตำรวจระบุได้

โดยหลังจากเกิดเหตุ ภรรยาของ คิมกวังซอก ได้เดินทางออกจากเกาหลีพร้อมกับลูกสาว ซอยอน ที่เป็นโรคออทิสติก เพื่อใช้ชีวิตในอเมริกา

เรื่องราวต่างๆกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง เนื่องจากเดือนที่ผ่านมามีภาพยนตร์เรื่อง Who Killed Kim Kwang Suk ? เข้าฉายซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่นำเสนอประเด็นที่สันนิษฐานว่าการเสียชีวิตอย่างลึกลับของ คิมกวังซอก มาจากการถูกฆาตกรรม

ในสัปดาห์ที่ผ่านมามีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เกิดขึ้นอีกหนึ่งเรื่อง เมื่อลูกสาวของ คิมกวังซอก ที่หลายคนเข้าใจว่าใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศ ได้ถูกพบว่าเสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่เมื่อ 10 ปีก่อน

ผู้กำกับ อีซังโฮ ที่สืบค้นข้อมูลเพื่อนำเสนอในเรื่อง Who Killed Kim Kwang Suk? ได้เปิดเผยว่าทุกคนเข้าใจมาตลอดว่า ลูกสาวของคิมกวังซอก ใช้ชีวิตและเรียนอยู่ในอเมริกา จากการบอกเล่าของภรรยาคุณคิมกวังซอก แต่ทีมงานกลับพบข้อมูลว่าเธอเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจิตเวช และใช้ชีวิตแบบถูกกักขังอยู่ที่นั่นมาโดยตลอด ทำให้เค้าตัดสินใจพยายามช่วยเธอออกมาโดยการแจ้งความคนหาย

หลังจากที่ทำการสืบสวน นักสืบในทีมได้แจ้งว่า

“เป็นไปไม่ได้ที่เธอจะถูกขังไว้ เพราะว่าเธอได้เสียชีวิตไปแล้ว”

โดยการเสียชีวิตของ ซอยอน ลูกสาวของ คิมกวังซอก ถูกระบุว่าเธอเสียชีวิตหลังจากถูกพบเป็นลมหมดสติในบ้าน เมื่อปี 2007  ซึ่งโรงพยาบาลที่เป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้ระบุว่าไม่ทราบสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่นอนเนื่องจากไม่มีประวัติการรักษาใดใดมาก่อน ทำให้ทางตำรวจต้องขอผลการชันสูตรจากทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งสรุปว่าเธอเสียชีวิตจากอาการปอดบวมอย่างรุนแรง ทำให้แม่ของเธอถูกสอบสวนเพิ่มเติม แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่พบหลักฐานใดใดและทำให้คดีนี้ถูกปิดไป

หลังจากความจริงในเรื่องนี้ถูกเปิดเผย ทำให้ในตอนนี้ได้มีการรื้อคดีการเสียชีวิตของ ซอยอน ลูกสาวของ อีกวังซอก ขึ้นมาสืบสวนอีกครั้ง

ก่อนหน้านี้หลังจากการเสียชีวิตของ คิมกวังซอก ช่วงปี 2007 มีการฟ้องร้องเกี่ยวกับเรื่องลิขสิทธ์เพลงระหว่างครอบครัวของคิมกวังซอก และภรรยาของคิมกวังซอก ซึ่งสุดท้ายแล้วศาลตัดสินในปี 2008 ให้ผู้รับผลประโยชน์คือลูกสาวของเค้า ซอยอน ที่ถูกทราบว่าเสียชีวิตตั้งแต่ปี 2007 หลังจากเวลาผ่านไป 10 ปี และทนายที่ทำหน้าที่ในตอนนั้นก็ไม่ทราบถึงเรื่องนี้

โดยผู้ที่ได้รับผลประโยชน์เรื่องลิขสิทธิ์จากเพลงของ คิมกวังซอก กว่า 1 หมื่นล้านวอน หลังจากที่ ซอยอน เสียชีวิตคือ แม่ของเค้า ภรรยาของ คิมกวังซอก

อัยการได้เริ่มการสอบสวนและสั่งห้ามไม่ให้ภรรยาของ คิมกวังซอก เดินทางออกนอกประเทศแล้ว

โดยล่าสุด ภรรยาของ คิมกวังซอก ได้ให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรก ซึ่งเธอระบุว่าเธอไม่สามารถเปิดเผยเรื่องการเสียชีวิตของลูกสาวได้ และจะฟ้องคนที่กล่าวหาว่าเธอเป็นคนฆ่าลูกสาวตัวเอง

เธอได้ให้เหตุผลว่าการปิดบังการเสียชีวิตของลูกสาวเป็นเพราะกลัวว่าจะมีผลต่อคดีเรื่องลิขสิทธิ์ และเธอไม่ทราบว่าต้องแจ้งเรื่องนี้กับสาธารณะด้วย

สำหรับการสอบสวนที่เกิดขึ้นแล้วอาจส่งผลต่อการตัดสินในคดีลิขสิทธิ์เพลงของ คิมกวังซอก และอาจใช้เวลาในการพิจารณาคดีต่างๆ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการใช้ลิขสิทธิ์เพลงของ คิมกวังซอก ในตอนนี้

ติดตามเรื่องราวเจาะลึกวงการบันเทิงเกาหลีได้ในรายการ New Late Night E News พร้อมซับไทยได้ทุกสัปดาห์ที่ Viu

Advertisements
Tags

บทความเกี่ยวข้อง

Adblock Detected

Please consider supporting us by disabling your ad blocker