BlogNEWS

talk. คุยกับ ฮันโซฮี ถึงความท้าทายใหม่ใน ‘MY NAME’ ซีรีส์แอคชันที่ยกระดับความยากในการแสดง

จากภาพหญิงสาวที่งดงามของ ฮันโซฮี ใน Nevertheless และ A World of Married Couple ถึงเวลาแล้วที่เธอจะพลิกบทบาทของเธอในซีรีส์เรื่องใหม่ MY NAME ที่จะเปิดเผยให้ได้เห็นอีกด้านหนึ่งของ ฮันโซฮี ที่เธอไม่เคยถ่ายทอดออกมาให้ได้เห็นกัน และเป็นด้านที่หลายๆ คนรอจับตามองกับฉากแอคชันที่ปล่อยออกมาพร้อมกับเทรเลอร์ของเรื่องก่อนหน้านี้

MY NAME เป็นผลงาน Netflix Original เรื่องใหม่จากฝั่งเกาหลี ที่กำกับโดย คิมจินมิน จากเรื่อง Extracurricular ซึ่งความน่าสนใจของเรื่องนี้คือการถ่ายทอดซีรีส์แนวแอคชัน-แก้แค้นออกมาด้วยตัวละครหญิง จากที่ปกติแล้วซีรีส์แนวนี้เรามักจะคุ้นเคยกับตัวเอกที่เป็นผู้ชาย และการพลิกบทบาทของ ฮันโซฮี ที่โด่งดังจากละครในแนวดราม่ามาสู่บทบาทที่เต็มไปด้วยฉากแอคชัน และการแสดงออกทางอารมณ์ที่พุ่งเป้าหมายไปสู่การแก้แค้น

talk.
คุยกับ ฮันโซฮี

Image

ความท้าทายครั้งใหม่ใน MY NAME

ระหว่างการพูดคุยกันในงานแถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์เรื่องนี้ ฮันโซฮี ได้เปิดเผยว่าการแสดงในเรื่อง MY NAME เป็นความท้าทายในอีกระดับบนเส้นทางนักแสดงของเธอ

ฮันโซฮี “ในเรื่องนี้ตัวละครของฉันเป็นอะไรที่ต่างออกไปจากเรื่องก่อนๆ มากค่ะ ภารกิจของฉันในเรื่องนี้คือการแก้แค้น ในจิตใจของตัวละครตัวนี้เต็มไปด้วยความแค้นและความสิ้นหวัง กลายเป็นไฟในตัวเธอที่ผลักดันให้เธอต้องแก้แค้นให้สำเร็จ นี่คือสิ่งที่ฉันสัมผัสได้จากการอ่านบทตอนแรกค่ะ และมันอธิบายตัวละครของฉันในเรื่องนี้ได้อย่างดี

แน่นอนว่ามันยังมีองค์ประกอบอื่นๆ ที่ฉันต้องถ่ายทอดออกมาอย่างภาพลักษณ์ตัวละคร บทพูดต่างๆ แต่ที่ท้าทายที่สุดคือเรื่องของฉากแอคชันที่ต้องใช้ร่างกายอย่างมากในการแสดง ซึ่งฉันอยากที่จะท้าทายความยากใหม่ๆ แบบนี้ และทำให้ฉันรู้สึกอินมากๆ ในการแสดงเรื่อง MY NAME ค่ะ”

Image

‘จีอู’ หญิงสาวที่เต็มไปด้วยความแค้น

ในการแสดงเรื่องนี้มีความแตกต่างของบทในแบบที่เธอไม่เคยแสดงมาก่อน ซึ่งเธออธิบายถึงตัวละครของเธอว่า

ฮันโซฮี  “จะมีบทพูดหนึ่งที่ขึ้นมาในตัวอย่างของซีรีส์เรื่องนี้ว่า ‘ฉันทิ้งอนาคต และชื่อของฉัน เพื่อแก้แค้น’ มันเป็นประโยคที่สะท้อนความสิ้นหวังในใจของเธอค่ะ สำหรับตัวละคร จีอู ในเรื่องนี้แล้ว การแก้แค้น คือทุกสิ่งของเธอ


advertisement


จีอู ต้องเห็นพ่อของเธอเสียชีวิตกับตาของตัวเองในวัยที่ชีวิตของเธอควรที่จะต้องได้พบเห็นความงดงามของโลก มันเลยทำให้เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเดินบนเส้นทางนี้เพื่อแก้แค้น ซึ่งฉันเองรู้สึกเจ็บปวดไปกับตัวละครในเรื่อง แต่ในขณะเดียวกันความตั้งใจ ความมุ่งมั่นของเธอที่ทำให้เธอกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งก็น่าชื่นชมมากค่ะ”

Image

ในเรื่องนี้ยังเพิ่มความท้าทายให้กับเธอด้วยการต้องสวมบทบาทเป็นคน 2 หน้า ที่แฝงตัวจากแกงค์มาเฟียไปสู่การเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมกับเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนตัวตนของเธอ

ฮันโซฮี “การแก้แค้นของ ‘จีอู’ มันเป็นเรื่องราวแค่มิติเดียวค่ะ เธอมีเป้าหมายเดียวคือการแก้แค้นโดยไม่คิดสิ่งใดเลย แต่พอเธอต้องทิ้งชื่อของตัวเองและกลายเป็น ‘ฮเยจิน’ มีอะไรที่ซับซ้อนมากและมีรายละเอียดที่เธอต้องไปอยู่ในจุดนั้นมากมาย ทำให้เธอมีการแสดงออกทางอารมณ์น้อยกว่า มีเหตุผลมากกว่า”

Image

ก้าวแรกของแอคชันสตาร์

ฮันโซฮี ยังได้เล่าถึงการเตรียมตัวเพื่อแสดงฉากแอคชันเป็นครั้งแรกในเรื่องนี้ว่า

ฮันโซฮี “ตอนแรกเลยฉันคิดว่าจะแสดงฉากแอคชันได้ไม่ยากค่ะ ฉันก็เลยไปโรงเรียนสอนแอคชันแล้วก็เข้าคลาสแบบวันเดียว แล้วก็ได้รู้ว่ามันไม่ง่ายเลยที่จะโพสต์ท่าทางและแสดงออกมาให้เหมือนว่าเราแข็งแกร่งอย่างตัวละครจริง มันเลยต้องใช้เวลาค่อนข้างมากค่ะ

แล้วในฉากแอคชันมันก็ไม่ได้มีแค่ฉันคนเดียวค่ะ ฉันต้องวาดลวดลายในฉากแอคชันออกมาร่วมกับทีมนักแสดงในฉากนั้นๆ มันเลยค่อนข้างกดดันมากค่ะ แล้วฉันก็ยังกังวลว่าจะทำให้คนอื่นต้องบาดเจ็บด้วย มันเลยทำให้ฉันระวังอยู่ตลอดเวลาในการถ่ายฉากแอคชัน และนี่ก็เป็นความท้าทายที่ฉันได้สัมผัสในเรื่องนี้”

Image

นอกจากนี้เธอยังได้เปิดเผยว่าเธอนำหนักเพิ่มขึ้นมาถึง 10 กิโลกรัม เพื่อการถ่ายทำในเรื่องนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากการออกกำลังกายอย่างหนัก

ฮันโซฮี “เพื่อการถ่ายทำในเรื่องนี้ ฉันน้ำหนักเพิ่มขึ้นมา 10 กก. จากตอนที่แสดงเรื่อง A World of Married Couple จริงๆ ค่ะ เพราะว่าการแสดงฉากแอคชันทำให้ฉันต้องออกกำลังกายหนักมากๆ เพื่อเตรียมตัว แล้วพอออกกำลังกายหนักมากฉันก็เลยกินอาหารในแบบที่ฉันอยากกินเลยค่ะ ฉันเลยคิดว่าที่มาของน้ำหนัก 10 กิโลกรัมที่เพิ่มขึ้น อาจจะมาจากทั้งกล้ามเนื้อ และก็ไขมันจากอาหารอร่อยๆ ที่ฉันกินค่ะ””

Image

ติดตามชมซีรีส์ MY NAME กันได้พร้อมกันทั่วโลกในวันที่ 15 ตุลาคม ทาง Netflix

อ่านต่อ

Eddie Sophon

ผู้ก่อตั้งร่วมของ Hallyu K Star, โฮสต์พอดแคสต์ 'ดูซีรีส์ให้ซีเรียส' ผู้สนใจในวัฒนธรรมป๊อปของเกาหลี ทั้งเพลง-ซีรีส์-ภาพยนตร์ เลยเถิดไปถึงเรื่องสังคม เศรษฐกิจ และอาหารการกิน

บทความเกี่ยวข้อง

Back to top button