News

บทสรุปคดี “Cupid” ใครคือเจ้าของสิทธิ์ในเพลงฮิตของ FIFTY FIFTY ?

สรุปดราม่าคดีลิขสิทธิ์เพลง “Cupid” ของ FIFTY FIFTY ตั้งแต่จุดเริ่มต้นความขัดแย้งระหว่าง ATTRAKT และ The Givers จนถึงคำตัดสินล่าสุดของศาลอุทธรณ์

เพลงไวรัลที่พา FIFTY FIFTY สู่เวทีโลก

“Cupid” คือเพลงที่สร้างจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ให้กับวงเกิร์ลกรุ๊ป FIFTY FIFTY หลังปล่อยในเดือนกุมภาพันธ์ 2023 เพลงเวอร์ชันภาษาอังกฤษ “Cupid (Twin Version)” กลายเป็นไวรัลบน TikTok และแพลตฟอร์มสตรีมมิงทั่วโลก

เพลงสามารถไต่ขึ้นถึงอันดับ 17 บน Billboard Hot 100 และอยู่บนชาร์ตนานหลายสัปดาห์ กลายเป็นหนึ่งในเพลง K-Pop ที่ประสบความสำเร็จในตลาดสากลอย่างรวดเร็ว

🎙GYUBIN ปลื้มเมืองไทยขนาดไหน? ถึงกลับมาถ่าย MV เพลงใหม่ LIKE U 100 ที่กรุงเทพ

▶ คลิกดูสัมภาษณ์พิเศษ

ท่ามกลางความสำเร็จนั้น เพลงเดียวกันกลับกลายเป็นศูนย์กลางของข้อพิพาททางธุรกิจครั้งใหญ่ในวงการ K-Pop เมื่อเกิดคำถามสำคัญขึ้นว่า สิทธิ์ในเพลงฮิตนี้อยู่กับใคร


จุดเริ่มต้นของข้อพิพาทระหว่าง ATTRAKT และ The Givers

ATTRAKT ซึ่งเป็นต้นสังกัดของ FIFTY FIFTY ทำงานร่วมกับบริษัทโปรดักชันภายนอกชื่อ The Givers โดยมีโปรดิวเซอร์ อันซองอิล เป็นผู้บริหาร

The Givers มีบทบาทในการพัฒนาโปรเจกต์เพลงให้กับวง รวมถึงการจัดหาเพลงจากทีมโปรดิวเซอร์ต่างประเทศ

เพลง “Cupid” ถูกแต่งโดยทีมโปรดิวเซอร์ชาวสวีเดน และต่อมา The Givers ได้ทำข้อตกลงซื้อสิทธิ์เชิงพาณิชย์ของเพลงจากผู้สร้างเดิม ก่อนนำสิทธิ์ดังกล่าวไปจดทะเบียนในชื่อบริษัทกับ Korea Music Copyright Association

สิทธิ์ที่เป็นประเด็นในคดีคือ สิทธิ์ในทรัพย์สินทางดนตรี ซึ่งครอบคลุมการนำเพลงไปใช้เชิงพาณิชย์ การเผยแพร่ การทำซ้ำ และการอนุญาตให้ผู้อื่นนำผลงานไปใช้


เมื่อเพลงฮิตกลายเป็นข้อพิพาททางกฎหมาย

ความขัดแย้งเริ่มชัดขึ้นในปี 2023 ระหว่างช่วงที่เกิดข้อพิพาทระหว่างสมาชิก FIFTY FIFTY กับต้นสังกัด ATTRAKT

ในเวลาต่อมา ATTRAKT ระบุว่า The Givers ในฐานะบริษัทที่รับงานโปรดักชันสำหรับโปรเจกต์ FIFTY FIFTY มีหน้าที่รายงานทุกขั้นตอนต่อบริษัท

ATTRAKT จึงมองว่าสิทธิ์เชิงพาณิชย์ของเพลง “Cupid” ควรอยู่ภายใต้บริษัทต้นสังกัด ไม่ใช่บริษัทโปรดักชันภายนอก

ด้วยเหตุนี้ บริษัทจึงยื่นฟ้องในปี 2024 เพื่อเรียกร้องให้มีการโอนสิทธิ์ทรัพย์สินทางดนตรีของเพลงจาก The Givers มายัง ATTRAKT


ศาลชั้นต้นวินิจฉัยตามเอกสารสัญญา

คดีเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลเกาหลีใต้ โดยประเด็นหลักอยู่ที่การตีความสัญญาการโอนลิขสิทธิ์ของเพลง

ศาลชั้นต้นพิจารณาเอกสารและกระบวนการทำสัญญา ก่อนมีคำวินิจฉัยว่า คู่สัญญาสิทธิ์ที่ระบุในเอกสารคือ The Givers

ศาลยังพิจารณาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเจรจา การทำสัญญา และการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการได้มาซึ่งสิทธิ์เพลง ซึ่งล้วนดำเนินการผ่าน The Givers

จากเหตุผลดังกล่าว ศาลจึงตัดสินยกฟ้องคำร้องของ ATTRAKT


ศาลอุทธรณ์ยืนยันคำตัดสินเดิม

หลังการตัดสินของศาลชั้นต้น ATTRAKT ยื่นอุทธรณ์เพื่อขอให้ศาลพิจารณาคดีอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม วันที่ 5 มีนาคม 2026 ศาลแขวงกลางกรุงโซล แผนกแพ่งที่ 5-2 มีคำพิพากษายกคำอุทธรณ์ของฝ่ายโจทก์

ศาลระบุว่า
“ตามสัญญาการโอนลิขสิทธิ์ คู่สัญญาที่ปรากฏในเอกสารคือ The Givers และยากที่จะตีความว่าสิทธิ์ดังกล่าวถูกได้มาเพื่อ ATTRAKT ภายใต้สัญญาบริการ”

คำตัดสินนี้จึงยืนยันแนวทางเดิมของศาลชั้นต้น และกลายเป็นจุดสำคัญของคดีลิขสิทธิ์เพลง “Cupid”


อีกคดีหนึ่งที่ ATTRAKT ชนะบางส่วน

แม้คดีลิขสิทธิ์เพลงจะมีคำตัดสินในลักษณะดังกล่าว แต่ข้อพิพาทระหว่างสองบริษัทยังมีอีกหลายประเด็น

ในเดือนมกราคม 2026 ศาลมีคำพิพากษาในคดีเรียกค่าเสียหายที่ ATTRAKT ฟ้อง The Givers และ อันซองอิล ซึ่งศาลตัดสินให้ ATTRAKT ชนะบางส่วน พร้อมกำหนดค่าเสียหาย โดยศาลสั่งให้ชดใช้ราว 499.5 ล้านวอนจากข้อพิพาทที่เกี่ยวกับการละเมิดหน้าที่ตามสัญญาและความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบริษัท

คดีดังกล่าวเป็นคนละประเด็นทางกฎหมายกับคดีลิขสิทธิ์เพลง “Cupid”


คดีที่สะท้อนโครงสร้างธุรกิจของ K-Pop

กรณีของ “Cupid” กลายเป็นตัวอย่างสำคัญของความซับซ้อนในอุตสาหกรรม K-Pop

การเป็นต้นสังกัดของศิลปิน การผลิตเพลง และการถือครองสิทธิ์ในผลงาน เป็นคนละบทบาทในระบบธุรกิจเพลง

เพลง “Cupid” ยังคงเป็นผลงานที่สร้างชื่อให้กับ FIFTY FIFTY บนเวทีโลก ขณะที่ข้อพิพาททางกฎหมายครั้งนี้ยังคงถูกจับตาในฐานะหนึ่งในคดีสำคัญของอุตสาหกรรม K-Pop

อ่านต่อ

Eddie Sophon

ผู้ก่อตั้งร่วมของ Hallyu K Star, โฮสต์พอดแคสต์ 'ดูซีรีส์ให้ซีเรียส' ผู้สนใจในวัฒนธรรมป๊อปของเกาหลี ทั้งเพลง-ซีรีส์-ภาพยนตร์ เลยเถิดไปถึงเรื่องสังคม เศรษฐกิจ และอาหารการกิน

บทความเกี่ยวข้อง

ความฮาแบบ BABYMONSTER! วัดสกิลวาไรตี้กับ Knowing Brothers ดูได้ที่ Viu ▶ คลิก

Back to top button

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save