BlogK-NEWS

NCT127 กับความทรงจำในคอนเสิร์ตเวิลด์ทัวร์ ‘NEO CITY : BANGKOK- The Origin’

ถึงฝนจะตก แต่ความร้อนแรงของ NCTzen ไทยก็ไม่ลดน้อยลงเลย วันที่สามซึ่งเป็นวันสุดท้ายของคอนเสิร์ต แฟนๆ ก็ยังเตรียมพร้อมรอเจอหนุ่มๆ อย่างเต็มที่ คอนเสิร์ตเต็มรูปแบบครั้งแรกในประเทศไทยของ NCT 127 กับงาน NCT 127 WORLD TOUR ‘NEO CITY : BANGKOK- The Origin’ ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี จนบัตรทั้ง 3 รอบ รวม 18,000 ที่นั่งขายหมดเกลี้ยง ร้อนแรงอย่างนี้ ก็มาย้อนความทรงจำสุดประทับใจกับ 9 หนุ่มกันดีกว่า

คอนเสิร์ตเริ่มต้นขึ้น เมื่อหนุ่มๆ NCT 127 ปรากฏตัวในชุดขาวพร้อมโชว์แดนซ์เบรคกับเพลง Cherry Bomb ก่อนจะพาไปสนุกกันต่อกับเพลง Come Back และตื่นตาตื่นใจกับสเตจเพลง Limitless และ Chain

เพลงเซ็ตแรกจบไป หนุ่มๆ NCT 127 ก็กล่าวทักทายแฟนๆ ชาวไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมพูดถึงความคิดถึง ความรัก และความประทับใจต่อการตอบรับสุดร้อนแรง และได้แสดงเอเนอร์จี้เต็มเปี่ยมสำหรับคอนเสิร์ตในวันนี้ โดยจอห์นนี่นำแฟนๆ ทั่วฮอลล์เล่นเวฟแท่งไฟอย่างสนุกสนาน

มาต่อกันกับเพลงจังหวะฟังสบายอย่าง Fly Away With Me และเพลงช้าอย่าง Back 2 U ก่อนหนุ่มๆ จะลงเวที ปล่อยให้แฟนๆ ได้อมยิ้มกับความน่ารักของพวกเค้าผ่าน vcr เพลง 0 Mile

ไม่ปล่อยให้รอนาน NCT 127 ก็กลับขึ้นมาโชว์ความน่ารักนั่งร้องเพลง City 127 พร้อมพาแฟนๆ ทั่วฮอลล์โบกมือไปกับเพลง Angel ต่อด้วยเพลง Jet Lag สร้างบรรยากาศสุดโรแมนติก

คอนเสิร์ตดำเนินมาถึงครึ่งทาง หนุ่มๆ NCT 127 ก็ชวนแฟนๆ พูดคุยเช็คความพร้อม

“ถึงแม้เราจะอยู่ในบรรยากาศโรแมนติกขนาดนี้ แต่การแสดงของเราก็ดำเนินมาถึงครึ่งทางแล้วนะครับ เรายังเหลือไคลแม็กซ์อีกนะครับ ทุกคนยังมีเอเนอร์จี้อยู่ใช่มั้ยครับ”

หลังจากเช็คเอเนอร์จีของแฟนๆ แล้ว หนุ่มๆ ก็พาไปสู่เพลงต่อไปกับสเตจพิเศษของทีมโวคอล โดยอง แจฮยอน และแทอิล ที่มาสร้างความประทับใจกับเพลง Timeless ต่อด้วยเพลง No Longer ที่ทั้ง 9 หนุ่มกลับมาโชว์เสียงหวานไพเราะ แถมด้วยเปียโนโซโล่สุดโรแมนติกของจอห์นนี่ ทำเอาแฟนๆ ใจละลายกันไปเลยทีเดียว

ถึงเวลาของความร้อนแรงอีกครั้ง เมื่อ NCT 127 กลับขึ้นมาบนสเตจในสูทแดงกับเพลงสุดมันส์อย่าง Regular ต่อด้วยเพลง Wake Up และ Baby Don’t Like it ก่อนแจฮยอน แทยง และมาร์คพาไปสนุกกันต่อกับเพลง Mad City

เมื่อเพลงจบ ก็ถึงคิว vcr ภารกิจโชว์สกิลการเต้น ก่อนที่ ยูตะ แฮชาน และจองอูจะมาโชว์เต้นของจริงบนเวที แล้วทั้ง 9 หนุ่มก็มาแจมกันต่อในลุคสตรีทแฟชั่นกับเพลง Good Thing, Touch และ Replay ที่ NCT 127 ได้นำแฟนๆ โบกแท่งไฟกันอย่างสนุกสนาน

หนุ่มๆ แสดงเอเนอร์จีเต็มร้อย พูดคุยถึงความรู้สึกที่แตกต่างเมื่อได้มีคอนเสิร์ตเดี่ยวอย่างเต็มรูปแบบ มาร์คเล่าให้ฟังถึงความประทับใจ

“ก่อนหน้านี้ พวกเราก็เคยมาหาทุกคนในอีเวนท์ต่างๆ แต่พอได้มาจัดคอนเสิร์ตของพวกเราเอง ได้อยู่ด้วยกันเองแบบนี้ มันรู้สึกดีมากๆ เลยครับ”

แทยงเสริมถึงความรู้สึกขอบคุณที่มีต่อแฟนๆ “ต้องบอกเลยครับว่า ถ้าไม่มีแฟนๆ คอนเสิร์ตครั้งนี้ก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย แล้วก็คงไม่มีแฟนๆ ที่สามารถมาสนุกได้ 3 วันแบบนี้อีกแล้วด้วย”

ไม่รอช้า NCT 127 ก็พาไปมันส์ต่อเนื่องกับเพลง Simon Says และ Fire Truck

แค่นี้ไม่จุใจพอ 9 หนุ่มกลับขึ้นมาบนเวทีอีกครั้งหลังแฟนๆ เรียกขออังกอร์ กับเพลงใหม่ล่าสุดอย่าง SUPERHUMAN โดยหลังการแสดงจบลง หนุ่มๆ แสดงความประทับใจต่อแฟนโปรเจ็กต์ที่ทำให้ทั่วทั้งฮอลล์เต็มไปด้วยแสงไฟหลากสี

“เป็นครั้งแรกเลยครับ ที่พวกเราได้เห็นภาพสวยๆ แบบนี้ในเพลง SUPERHUMAN”

จบเพลงแล้ว NCT 127 ก็ชวนแฟนๆ พูดคุย ระหว่างทีมน้องเล็กและทีมพี่ใหญ่ของวง ผลัดกันไปเปลี่ยนชุดสำหรับสเตจต่อไป โดยพี่ๆ ลงไปเปลี่ยนชุดก่อน ทิ้งเวทีให้ทีมน้องเล็ก อย่าง แจฮยอน แฮชาน จองอู และ โดยองซึ่งเป็นพี่คนกลางของวง

“ก่อนหน้านี้ เราก็เคยคุยกันครับ ว่าผมจะอยู่บนเวทีกับทีมน้องเล็กได้รึเปล่า แบบผมอยู่กึ่งๆ กลางๆ น่ะครับ แต่ก็ดีใจที่ได้เป็นน้องครับ”

ว่าแล้วทีมน้องเล็กก็พาเข้าสู่ช่วง TMI พูดถึงเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ ที่อยากบอกแฟนๆ โดยเริ่มจากแจฮยอนกับประโยคภาษาไทยสุดเด็ด “ชอบหมูกรอบมั้ยครับ” เรียกเสียงกรี๊ดทั่วฮอลล์ ตามด้วยแฮชานที่เล่าให้ฟังเกี่ยวกับเวลาตื่นในวันนี้ “วันนี้พวกเราออกจากโรงแรม 11 โมง แต่ผมตื่นตอน 10.57 น. ครับ” จบช่วง TMI ด้วยจองอูและการกินของเค้า “ผมตื่นขึ้นมาแล้วก็กินข้าวทันทีเลยครับ กินทั้งผลไม้ด้วย ทั้งขนมปังด้วย”

ไม่นานทีมพี่ใหญ่อย่าง แทอิล แทยง ยูตะ และจอห์นนี่ ก็ผลัดมาโชว์ความน่ารักบนเวทีบ้าง เรียกเสียงกรี๊ดทั่วฮอลล์ และเมื่อสมาชิกทุกคนมาพร้อมหน้าพร้อมตากันบนเวทีแล้ว ก็ถึงเวลาสนุกไปกับเพลง Summer 127 ที่หนุ่มๆ วิ่งเล่นพร้อมร่อนจานและโยนลูกบอลให้แฟนๆ รอบเวที

ถึงช่วงท้ายที่สุดของคอนเสิร์ตในครั้งนี้ 9 หนุ่มพูดถึงความประทับใจพร้อมโชว์ประโยคภาษาไทยที่เตรียมมาเพื่อแฟนๆ

advertisement

โดยอง: “ขอบคุณทุกคนสำหรับ 3 วัน 3 รอบที่ผ่านมานะครับ ผ่านไปได้ด้วยดีเลยครับ” ตามด้วยประโยคภาษาไทยสุดน่ารัก “ไม่อยากกลับเลย”

จองอู: “ขอบคุณที่มาสนุกกับพวกเราจนวันสุดท้ายของคอนเสิร์ตเลยนะครับ พวกเราสัญญาว่าจะหาโอกาสกลับมาหาทุกคนบ่อยๆ ครับ” ตามด้วยประโยคภาษาไทย “ห้ามนอกใจนะ”

แทอิล: “ขอบคุณที่กำลังใจและความรักที่อบอุ่นแบบนี้นะครับ อย่าลืมนะครับว่าพวกเราอยู่ด้วยกันเสมอ” พร้อมแสดงความรักต่อแฟนๆ เป็นภาษาไทย “ขอบคุณครับ รักนะครับ”

ยูตะ: “มันประทับใจมากๆ เลยครับเวลาได้ยินเสียงกรี๊ดของทุกคน” ตามด้วยประโยคภาษาไทยที่เตรียมมาถามแฟนๆ “วันนี้สนุกมากแล้วสินะครับ”

แทยง: “ขอบคุณทุกคนที่ทำให้การแสดงตลอด 3 รอบ 3 วันออกมาดีอย่างนี้นะครับ แล้วก็อยากขอบคุณสตาฟที่อยู่เบื้องหลังเวทีเท่ๆ แบบนี้ครับ” ก่อนจะเรียกเสียงกรี๊ดด้วยประโยคภาษาไทย “ทุกคน ห้ามนอกใจนะ”

แจฮยอน: “ผมพูดไปตอนเริ่มคอนเสิร์ตว่าจะเต็มที่กับการแสดงในวันนี้ครับ และผมก็ใช้เอเนอร์จีหมดเลยจริงๆ รู้สึกดีมาก ครับ” ตามด้วยประโยคภาษาไทย “รักนะ จุ๊บๆ”

มาร์ค: “เราเคยมาที่นี่ตอนแฟนมีต แต่ว่าไม่ได้ทำการแสดงเต็มรูปแบบ มาในวันนี้ พวกเราได้มี World Tour เป็นของตัวเอง และได้กลับมาทำการแสดงให้ทุกคนดูถึง 3 รอบ รู้สึกขอบคุณจริงๆ เลยครับ” พร้อมฝากความคิดถึงเป็นภาษาไทย “เจอกันอีกนะครับ”

advertisement


แฮชาน: “ขอบคุณความรักและกำลังใจจากทุกคนนะครับ พวกเราจะรีบกลับมาหา ข้างนอกยังฝนตกอยู่ กลับบ้านกันดีๆ นะครับ” ตามด้วยประโยคภาษาไทยสุดน่ารัก “รอก่อนนะ เดี๋ยวกลับมาใหม่”

จอห์นนี่: “เวลาที่เรามีความสุขมักจะผ่านไปเร็ว และ 3 วันนี้ก็ผ่านไปเร็วจริงๆ ครับ มันทำให้ผมได้รู้เลยครับ ว่าผมอยากทำให้ทุกคนมีความสุขไปตลอดชีวิตเลยครับ”

สเตจสุดท้ายในวันนี้คือเพลง 0 Mile ที่สื่อความหมายถึงระยะห่างระหว่างหัวใจของ NCT 127 และ NCTzen โดยแฟนๆ ได้ทชูป้ายโปรเจ็กต์ “Our hearts are only 0 mile apart” ทำเอาหนุ่มๆ ปลื้มใจจนต้องถ่ายรูปเอาไว้เป็นที่ระลึก ก่อนจะโค้งลาแฟนๆ กับรอบสุดท้ายของงาน <NCT 127 WORLD TOUR ‘NEO CITY : BANGKOK- The Origin’> ในครั้งนี้

เรียกได้ว่า สร้างความประทับใจจนถึงโมเม้นท์สุดท้ายเลยสำหรับหนุ่มๆ NCT 127 และคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบครั้งแรกในประเทศไทย สำหรับ NCTzen ชาวไทยที่เริ่มคิดถึง 9 หนุ่มแล้ว ก็อดใจรอการกลับมาของเค้าอีกนิด NCT 127 จะกลับมาพร้อมภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบกว่าเดิมแน่นอน

Tags

บทความเกี่ยวข้อง

Back to top button
Close