NEWSTREND

อีเจฮุน ‘Taxi Driver → Move To Heaven’ กับบทบาทในซีรีส์ที่สะท้อนอีกมุมของสังคม

ปี 2021 ของ อีเจฮุน เป็นปีที่เขามีผลงานละครเรื่องใหม่ออกมาให้ได้ชมกันแบบต่อเนื่อง ซึ่งช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ ต่อเนื่องจากเรื่อง Taxi Driver เราจะได้เห็นอีกบทบาทของเขาในเรื่อง Move To Heaven

เมื่อวันพุธที่ 12 พฤษภาคม ที่ผ่านมา อีเจฮุน ได้เข้าร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์ Move To Heaven ที่จะลงจอให้ได้ชมกันบนแพลตฟอร์มของ Netflix ในวันที่ 14 พฤษภาคม

Image

ในเรื่อง Move To Heaven อีเจฮุน ได้สวมบทบาทใหม่ที่มีคาแรคเตอร์แตกต่างออกไปจากผลงานก่อนหน้านี้ของเขา ซึ่งเขาได้เล่าถึงตัวละครในเรื่องนี้ว่า


advertisement



อีเจฮุน: ผมรับบทเป็น ซังกู ครับ เขาเป็นนักสู้แบบอันเดอร์กราวด์มาก่อน เป็นอดีตนักมวย ชกมวยหาเงิน พอเขาได้มาเจอกับตัวละครตัวอื่นๆ ในเรื่อง เขาก็ได้เรียนรู้ชีวิต เติบโตขึ้น และเกิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างกับเขาครับ คิดว่าผู้ชมน่าจะเชื่อมโยงอะไรหลายๆ อย่างกับตัวละครตัวนี้ได้ครับ

Image

ด้วยการสวมบทบาทเป็นนักมวย ทำให้ก่อนเริ่มการถ่ายทำ อีเจฮุน ได้ไปเรียนการชกมวยเพื่อให้แอคชันในเรื่องอออกมาดูสมจริง ซึ่งเขาได้เล่าถึงการเตรียมตัวในเรื่องนี้

อีเจฮุน: มีฉากที่ต้องแสดงออกมาให้ร่างกายดูแข็งแรงและแนวแอคชั่นค่อนข้างมากครับ เลยต้องฝึกกับทีมศิลปะป้องกันตัวเยอะหน่อย แต่ก็แอบเสียดายที่ช่วงเวลาฝึกนั้นไม่ได้ยาวมาก ผมอยากแสดงออกมาให้ดูแข็งแรงและเท่ ก็เลยทุ่มสุดตัว ทำให้มีการบาดเจ็บเกิดขึ้น อย่างตอนถ่ายฉากต่อยมวย ผมต้องซ้อมต่อยกระสอบทราย ผมหักโหมไปหน่อยก็เลยได้รับบาดเจ็บที่ข้อมือครับ ต้องใส่เฝือกที่มืออยู่เดือนนึงเลย ช่วงนั้นก็ลำบากอยู่บ้าง แต่ก็รู้สึกพึงพอใจมากครับที่ได้ลองแสดงฉากต่อยมวยหรือศิลปะต่อสู้ป้องกันตัวต่าง ๆ ด้วยตัวเองผ่านผลงานชิ้นนี้

Image

เมื่อถามถึงเรื่องความแตกต่างระหว่างบทบาทในเรื่อง Taxi Driver กับ Move To Heaven อีเจฮุน ก็ได้พูดถึงมุมมองของเขาในประเด็นนี้ว่า


advertisement


อีเจฮุน: ใน Taxi Driver จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการแก้แค้นให้กับเหยื่อที่ไม่ได้รับความยุติธรรมจากกฎหมายครับ แต่ในเรื่อง Move to Heaven ผมรับบทตัวละครที่ทำอาชีพเป็น Trauma Cleaner ซึ่งอาชีพนี้มีหน้าที่จัดการและส่งมอบสมบัติล้ำค่าต่างๆ ของผู้ที่เสียชีวิตไปแล้วให้กับญาติพี่น้อง ซึ่งเรื่องนี้มันค่อนข้างสะท้อนประเด็นสังคมออกมามากๆ ในขณะเดียวกันตัวละคร ซังกู ก็เป็นคนที่มองโลกในแง่ร้าย ไม่เชื่อใจคน คิดว่าทุกคนทำเพื่อผลประโยชน์ตัวเองทั้งนั้น แต่พอเขาได้มาทำงานนี้ตัวเขาก็ค่อยๆ เกิดการเปลี่ยนแปลงทีละนิดผ่านเรื่องราวที่เขาได้เจอในแต่ละตอนจองเรื่อง สำหรับผมแล้ว ซังกู เป็นคาแรกเตอร์ที่น่าสนใจมากครับ

Image

อาชีพ Trauma Cleaner เป็นความแปลกใหม่ที่ซีรีส์เกาหลีได้นำเสนอออกมา ซึ่งหลายๆ คนอาจไม่คุ้นเคยกับอาชีพนี้ ซึ่ง อีเจฮุน ได้อธิบายมุมมองของเขาที่มีต่ออาชีพนี้ว่า

อีเจฮุน: การมีอยู่ของอาชีพนี้เป็นอะไรที่มีค่าและสมควรได้รับความเคารพครับ มันเป็นงานที่ไม่ได้ทำง่าย ๆ ผมคิดว่าความเคารพที่มีต่อผู้ที่ล่วงลับเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ไม่ใช่งานที่จะทำแค่เพื่อหาเงินเท่านั้น ผมหวังว่าถ้าหลังจากนี้คนได้รู้จักและเลือกที่จะประกอบอาชีพนี้มากขึ้น จะได้รู้ว่าเป็นอาชีพที่ต้องมีจิตใจอันยิ่งใหญ่ที่เคารพผู้ล่วงลับและสามารถสื่อสารสิ่งต่าง ๆ ให้กับครอบครัวของเขาได้

Image

สุดท้าย อีเจฮุน ได้พูดถึงผลงานในเรื่องนี้และฝากทิ้งท้ายให้กับแฟนๆ ได้ติดตามชม Move To Heaven

อีเจฮุน: ชีวิตในฐานะนักแสดงของผมเปรียบเสมือนการเดินทาง ผมตั้งใจกับทุกผลงานที่ผมได้แสดง ผลงานของผมส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องที่ผมสนใจหรือเกี่ยวข้องกับจิตใจผม แต่สำหรับ Move to Heaven ผมอยากให้ทุกคนได้ดูซีรีส์เรื่องนี้ เพราะตอนที่ผมได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของตัวเรื่อง มันยากมากเลยครับที่จะไม่เสียน้ำตา ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นผลงานเรื่องแรกที่คุณควรดูมากที่สุดจากผลงานทั้งหมดที่ผ่านมาของผมครับ ผมอยากให้ทุกคนได้ดูเรื่องนี้จริงๆ ครับ ผมหมายถึงว่าให้ดูเรื่องนี้ให้จบ หลังจากนั้นก็ตามไปดูผลงานทั้งหมดที่ผ่านมาของผมด้วยครับ (ยิ้ม)

Image

Image

รับชมซีรีส์ Move To Heaven กันได้ตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม เป็นต้นไปในระบบของ Netflix เท่านั้น

Eddie Sophon

ผู้ก่อตั้งร่วมของ Hallyu K Star, โฮสต์พอดแคสต์ 'ดูซีรีส์ให้ซีเรียส' ผู้สนใจในวัฒนธรรมป๊อปของเกาหลี ทั้งเพลง-ซีรีส์-ภาพยนตร์ เลยเถิดไปถึงเรื่องสังคม เศรษฐกิจ และอาหารการกิน

บทความเกี่ยวข้อง

Back to top button