ตำรวจขอหมายจับ “บังชีฮยอก” ปมซื้อขายหุ้น HYBE ความเสียหายเกือบ 2 แสนล้านวอน

ตำรวจเกาหลีใต้ยื่นขอหมายจับ บังชีฮยอก ประธาน HYBE จากคดีซื้อขายหุ้นไม่เป็นธรรม มูลค่ากว่า 200,000 ล้านวอน
ตำรวจเกาหลีขอหมายจับ “บังชีฮยอก” คดีตลาดทุน
เมื่อวันที่ 21 เมษายน หน่วยสืบสวนอาชญากรรมทางการเงินของสำนักงานตำรวจนครบาลกรุงโซล เปิดเผยว่าได้ยื่นขอหมายจับ บังชีฮยอก ประธานบริษัท HYBE ในข้อหาละเมิดกฎหมายตลาดทุนจากการซื้อขายหุ้นแบบไม่เป็นธรรม
คดีนี้กลายเป็นประเด็นใหญ่ในอุตสาหกรรมบันเทิงเกาหลี เนื่องจาก HYBE เป็นหนึ่งในบริษัทที่มีอิทธิพลสูงสุดในวงการ K-POP ระดับโลก
🎙GYUBIN ปลื้มเมืองไทยขนาดไหน? ถึงกลับมาถ่าย MV เพลงใหม่ LIKE U 100 ที่กรุงเทพ
▶ คลิกดูสัมภาษณ์พิเศษปมสำคัญก่อน HYBE เข้าตลาดหุ้น
ข้อกล่าวหาหลักระบุว่า บังชีฮยอกให้ข้อมูลกับนักลงทุนว่าไม่มีแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ก่อนที่ HYBE จะ IPO ในปี 2019
ข้อมูลดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนบางส่วนตัดสินใจขายหุ้นให้กับกองทุนไพรเวทอิควิตี (PEF) ก่อนที่บริษัทจะเข้าตลาดในเวลาไม่นานหลังจากนั้น
ตำรวจเชื่อว่ามีข้อตกลงล่วงหน้าระหว่างบังชีฮยอกกับกองทุนดังกล่าว โดยเขาได้รับส่วนแบ่งกำไรจากการขายหุ้นหลัง IPO ในสัดส่วน 30% คิดเป็นมูลค่ารวมเกือบ 200,000 ล้านวอน
ฝั่งกฎหมายยืนยันความร่วมมือเต็มที่
หลังมีข่าวการยื่นขอหมายจับ ทีมกฎหมายของบังชีฮยอกออกแถลงการณ์ทันที โดยระบุว่า
“เป็นเรื่องน่าเสียดายที่มีการยื่นขอหมายจับ ทั้งที่เขาให้ความร่วมมือกับการสอบสวนมาอย่างต่อเนื่อง”
พร้อมยืนยันว่าเขาจะเข้าร่วมกระบวนการทางกฎหมายทุกขั้นตอน และเดินหน้าชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างเต็มที่
จุดยืนของบังชีฮยอกต่อข้อกล่าวหา
บังชีฮยอกยืนยันว่าเขาไม่ได้ให้ข้อมูลเท็จกับนักลงทุน พร้อมระบุว่าการขายหุ้นเกิดขึ้นตามความต้องการของนักลงทุนเอง
อีกทั้งเงื่อนไขการแบ่งกำไรเป็นข้อเสนอที่มาจากฝั่งนักลงทุนตั้งแต่ต้น
ผลกระทบที่ต้องจับตาในวงการ K-POP
คดีนี้ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเกี่ยวข้องกับโครงสร้างการเงินของหนึ่งในบริษัทบันเทิงที่ทรงอิทธิพลที่สุดของเกาหลี
ผลลัพธ์ของกระบวนการทางกฎหมายครั้งนี้อาจส่งผลต่อภาพลักษณ์องค์กร รวมถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนในอุตสาหกรรม K-POP โดยรวม
คดีของบังชีฮยอกกำลังเข้าสู่กระบวนการสำคัญที่อาจกำหนดทิศทางของ HYBE ในระยะยาว พร้อมสร้างแรงสั่นสะเทือนต่ออุตสาหกรรมบันเทิงเกาหลีทั่วโลก รอติดตามความคืบหน้าของคดีนี้กันต่อไป



