วี BTS เปิดเผย “ผมไม่มีเจตนาเข้าข้างฝ่ายใด” หลังแชตกับ มินฮีจิน ถูกใช้เป็นหลักฐานในศาล

วงการบันเทิงเกาหลีจับตาอีกครั้ง เมื่อ วี สมาชิกวง BTS ออกมาเปิดเผยความรู้สึกว่า “ตกใจมาก” หลังบทสนทนาส่วนตัวระหว่างเขากับ มินฮีจิน อดีตซีอีโอ ADOR ถูกนำไปยื่นเป็นหลักฐานในศาล โดยเจ้าตัวระบุชัดว่าไม่มีเจตนาเข้าข้างฝ่ายใด
แชตส่วนตัวถูกยื่นต่อศาล
เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ต้นสังกัด HYBE ให้สัมภาษณ์ว่า ข้อความที่วีพูดในแชตเป็นเพียงการแสดงความเห็นใจในฐานะการพูดคุยส่วนตัวกับคนรู้จัก และไม่ได้หมายถึงการเห็นด้วยกับถ้อยคำเฉพาะของอีกฝ่าย
HYBE ยังระบุเพิ่มเติมว่า ศิลปินต้องการสะท้อนความรู้สึกไม่สบายใจต่อการที่บทสนทนาส่วนตัวถูกนำไปใช้เป็นเอกสารในกระบวนการพิจารณาคดีโดยไม่ได้รับความยินยอม
🎙GYUBIN ปลื้มเมืองไทยขนาดไหน? ถึงกลับมาถ่าย MV เพลงใหม่ LIKE U 100 ที่กรุงเทพ
▶ คลิกดูสัมภาษณ์พิเศษวี: “ผมไม่มีเจตนาเข้าข้างฝ่ายใด”
ในวันเดียวกัน วีได้แถลงผ่านจุดยืนของตนเองว่า
“เป็นเพียงส่วนหนึ่งของบทสนทนาในชีวิตประจำวันแบบส่วนตัว ที่ผมพูดคุยด้วยความเห็นใจ เพราะเราเป็นคนรู้จักกัน ผมไม่มีเจตนาที่จะเข้าข้างฝ่ายใดเลย”
และกล่าวเพิ่มเติมว่า
“อย่างไรก็ตาม ผมรู้สึกตกใจมากกับการที่บทสนทนานั้นถูกนำไปยื่นเป็นหลักฐานโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผม”
คำชี้แจงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังมีรายงานว่า ในคำพิพากษาศาลชั้นต้นของคดีฟ้องร้องเรื่องเงินชำระหุ้นระหว่างมินฮีจินกับ HYBE บทสนทนาระหว่างเธอกับวีถูกศาลรับไว้เป็นหลักฐาน
HYBE ชี้แจง:
“จากการตรวจสอบ พบว่าเป็นเพียงการพูดด้วยเจตนาแสดงความเห็นใจในบทสนทนาส่วนตัวกับคนรู้จัก และไม่ได้หมายความว่าเขาเห็นด้วยกับถ้อยคำเฉพาะของอีกฝ่าย ซึ่งทางศิลปินศิลปินได้แสดงความไม่พอใจต่อการที่บทสนทนาส่วนตัวถูกนำไปใช้เป็นเอกสารในคดีโดยไม่ได้รับความยินยอม”
ประเด็นความเป็นส่วนตัวของศิลปิน
กรณีนี้สะท้อนประเด็นสำคัญในอุตสาหกรรมบันเทิงเกี่ยวกับขอบเขตความเป็นส่วนตัวของศิลปิน เมื่อบทสนทนาในชีวิตประจำวันถูกนำเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย
สำหรับวี การออกมาชี้แจงครั้งนี้เป็นการยืนยันจุดยืนที่ชัดเจนว่าเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อพิพาททางธุรกิจ และต้องการรักษาขอบเขตของการสื่อสารส่วนตัว
ขณะเดียวกัน HYBE ยังคงยืนยันจุดยืนของบริษัทตามกระบวนการทางกฎหมาย และสถานการณ์คดีดังกล่าวยังอยู่ในความสนใจของสาธารณชน



